บทที่ 5 ระหว่างเรา
ตอนที่ 5 ระหว่างเรา
“ผมกลับก่อนนะครับ” ร่างบางเบียดอกชิดเขย่งปลายเท้าขึ้นไปจูบแฟนหนุ่ม
“ขับรถดีๆ ละ”
“ครับ พรุ่งนี้เรามีนัดทานข้าวกันนะ”
“ครับ....ผมไม่ลืมหรอก”
หนุ่มหล่อมาดนายหัวเดินไปเปิดประตูรถเก๋ง จากนั้นจูบลาคนรักอย่างอ้อยอิ่ง เมื่อรถใหญ่เคลื่อนหายลับไปตามถนน เขาจึงเดินวนมาหยุดอยู่หน้ากรงขังหมา
“อาหารหมาของฉันรสชาติเป็นยังไง”
“ดีกว่าที่คิด”
“ออกมา”
“ทำไมครับ ไม่เจอผมคืนเดียวคิดถึงขนาดนั้นเชียว” ประตูกรงใหญ่ถูกไขกุญแจให้เปิดออก ปล่อยให้คนหลงทางคลานต่ำออกมาอย่างช้าๆ
“อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่เท่าทันอุบายจิ้งจอกเก้าหางอย่างเธอ ได้เวลาทำงานแลกอาหารแล้ว ขึ้นไปเก็บกวาดห้องนอนฉันที่เธอทำมันเละไว้เมื่อวาน” มือหยาบคว้าคางมนเชยยกขึ้นมาก่อนจะถลึงตากร้าวอย่างรู้เท่าทันกัน
“ทำด้วยกัน...แล้วทำไมเป็นผมที่ต้องรับผิดชอบคนเดียว ไม่ยุติธรรมเลย”
“อย่าพูดมาก เธอมีหน้าที่แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
ห้องนอนใหญ่ยังอยู่ในสภาพเดิม นั่นหมายความว่าเมื่อคืนนี้คู่รักหนุ่มทั้งสองคงย้ายไปนอนห้องอื่น โซ่เส้นใหญ่ถูกลากเดินวนไปทางนั้นทางนี้ หยิบจับข้าวของทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง สิ่งไหนแตกหักถูกกวาดทิ้งใส่ถังขยะอย่างไม่เสียดาย
“นั่นเธอทำอะไร”
“โซ่ติด” โซ่เส้นเล็กซึ่งล่ามมือสองข้างไว้ด้วยกันเกี่ยวเข้ากับตะขอเหล็กหัวเตียง หัวเข่าเล็กยันพื้นใช้ยืนต่างขาขณะที่ใบหน้าโน้มลงต่ำลงไปมองสำรวจช่องเหล็กของห่วงโซ่ที่พันเกี่ยวเกาะกัน สะโพกผายแอ่นยื่นส่ายยั่วไปมาอยู่ด้านหลัง
“เจ้าหลงอย่ามาเล่นตลก ถอยออกมา” เสียงเข้มดุกร้าวรู้เท่าทันอุบายของอีกฝ่าย
“ผมเปล่าเล่นตลกมันติดจริงๆ ไม่เชื่อคุณมาดูสิ” ข้อมือบางขยับรั้งดึงห่วงเหล็กให้ลงลึกเข้าไปติดซอกเล็ก ก่อนจะแสร้งหันมามองเจ้าของห้องตาปริบๆ หางตาเหลือบเห็นหลังคารถเก๋งซึ่งขับออกไปจากบ้านเมื่อครู่ใหญ่จอดซุ่มอยู่ริมรั้ว นั่นเองเขาจึงคิดอุบายอะไรบางอย่างได้ในชั่วเสี้ยววินาที
“เจ้าหลง”
"ผมไม่ได้แกล้ง ไม่เชื่อก็มาดูหรือ...มาช่วยแกะออกก็ยังดี นอกเสียจากคุณอยากให้ผมติดห้อยอยู่หัวเตียงอย่างนี้"
"เธอนี่มันเจ้าเล่ห์นัก คิดจะยั่วยวนอะไรฉันอีก"
“ยั่วคุณอย่างนั้นหรือ...ทำไมครับ....อย่าบอกนะว่าคุณหวั่นไหวกับผมน่ะ” หน้าท้องราบขยับแขม่วพุง จากนั้นสะบัดสะโพกแรงๆ จนขอบกางเกงหลวมร่นร่วงลงไปกองบนเตียง หัวเข่าแข็งสองข้างกางแยก เผยให้เห็นร่องเนื้อนุ่มหยุ่นสีชมพูใสเป็นวงอยู่เบื้องหน้า สะโพกกลมกระดกโหย่งขยับขึ้นๆ ลงๆ เป็นจังหวะรับกับเสียงครวญครางอย่างกระสันเสียว
“อ๊า....ซี๊ด...คุณเปลว”
“บ้าไปใหญ่แล้ว...ถอยออกมาเดี๋ยวนี้”
“คุณช่วยผมหน่อยสิ นะครับ...คุณเปลวช่วยผมหน่อย เห็นมั้ยกางเกงหลุดแล้ว” ท่อนเนื้อนุ่มถูกบดถูไถไปบนหมอนหนุน เอวเล็กสะบัดโยกเป็นจังหวะน่าหวาดเสียว
“เจ้าหลง ฉันบอกให้ลงมา...”
เจ้าของเตียงนอนและหมอนใหญ่ขยับคลานตามขึ้นไปก่อนจะเอื้อมมือขึ้นไปพยายามปลดเอาห่วงเหล็กให้มันหลุดออกมาจากตะขอ เสียงฝีเท้าตึงๆ เหมือนมียักษ์ตัวใหญ่กำลังวิ่งขึ้นบันไดมา ทำให้ใบหน้าคนทั้งสองหันมามองกัน คนหนึ่งนั้นมองกราดด้วยเพราะความโกรธ เมื่อรู้ว่าตัวเองตกเข้าไปในอุบายชั่วช้าอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเอง ส่วนอีกคนซ่อนรอยยิ้มอย่างพอใจเอาไว้มิดชิดภายใต้สีหน้าหวาดผวา
“เปลว!”
“จีน”
“มึงไอ้สัด ไอ้ชาติหมา กูบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่ายุ่งกับผัวกู”
ร่างสูงกระโจนขึ้นมาบนเตียงใหญ่ จากนั้นจิกหัวคนที่ยืนเข่าหันบั้นท้ายชิดติดแฟนตัวเอง มือบางพยายามดึงให้อีกคนล้มตัวลงมาหา หากทว่าโซ่ซึ่งคล้องข้อมือนั้นมันยังไม่หลุดออกมาง่ายๆ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่อยู่ในอารมณ์โกรธลงโทษตบตีได้อย่างสาแก่ใจ มือหนาคว้าร่างคนรักจากนั้นกระชากแยกออกมาก่อนที่หมาหลงจะถูกตบสลบไปอีกรอบ
“คุณบอกว่าจะไม่แตะต้องมัน”
“ผมก็ไม่ได้ทำอะไรนี่”
“หุบปาก! คุณยังกล้าโกหกผมว่าไม่มีอะไรอีกอย่างนั้นหรือ ผมเพิ่งขับรถออกไปยังไปไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ คุณก็ลากมันขึ้นมาเอากันบนเตียงนอนของเราแล้วอย่างนั้นหรือ”
“ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น” เจ้าของบ้านเหวี่ยงร่างของแฟนหนุ่มออกห่างแล้วขยับไปประคองร่างบางเปลือยครึ่งท่อนให้พลิกกลับมา โดยมีเจ้าก้านวิ่งเข้ามาใช้กุญแจไขปลดโซ่เส้นใหญ่จนข้อมือแดงเป็นอิสระ กางเกงผ้าถูกดึงขึ้นมาผูกติดกับเอวอย่างเดิม
“คุณบอกผมว่าจะไม่แตะต้องมันอีก แล้วนี่มันอะไร” ที่เขี่ยบุหรี่ไม้สักขนาดใหญ่บนโต๊ะถูกเหวี่ยงฟาดลงไป พลาดเป้าหมายคือส่วนหัวเล็กๆ ไปกระแทกหัวไหล่บางเสียงดังปักใหญ่
“โอ๊ย...เจ็บ” ไหล่เล็กห่อซุกเข้าไปในอ้อมกอดของเด็กหนุ่มหน้าลูกทุ่งที่พยายามใช้ตัวเองช่วยบังอันตรายให้
"คุณจีนอย่าครับ" ก้านพยายามร้องห้ามเพราะตอนนี้นอกจากท่อนไม้ใหญ่จะฟาดใส่คนหลงทางมันยังพลาดมาตีกบาลตัวเองเสียหลายที
“จีน คุณทำบ้าอะไรเนี่ย” มือหยาบแย่งคว้าท่อนไม้นั้นแล้วขว้างมันทิ้งไป
“คุณต่างหากทำบ้าอะไร ไหนคุณบอกว่าคุณจะไม่แตะต้องมันอีกและนี่คุณทำอะไร"
“ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น คุณช่วยตั้งสติให้ดีก่อนได้มั้ย” เสียงแข็งตวาดกลับไปอย่างหงุดหงิด
“ทั้งๆ ที่ภาพมันออกมาชัดเจนแบบนี้ คุณจะให้ผมหลับหูหลับตาเชื่อคำพูดคุณอย่างนั้นหรือ”
“ผมว่าเราอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กันดีกว่า” สีหน้าระอาเบือนหันกลับไปมองคนที่ฟุบหน้าลงไปร้องครวญด้วยความเจ็บปวด ทำท่าจะเอื้อมมือไปพลิกใบหน้านั้นให้เงยขึ้นมาหาเพราะแม้มองเห็นเพียงซีกหน้ารอยฝ่ามือแดงยันเด่นชัดเต็มซีกแก้ม
“หยุด ไม่ต้องช่วยมัน...ไอ้ก้าน มึงลากมันลงมาจากเตียงของกูเดี๋ยวนี้” มือนุ่มลากแขนเล็กกระชากแรงจนคนเจ็บพลัดตกลงมาบนพื้นเสียงโครมใหญ่
“จีน นั่นคุณทำอะไร”
“เตียงนี้เป็นของผม คุณกับผมใช้นอนด้วยกัน...ผมไม่ยอมให้มันล้มตัวลงไปทับที่ของผม ได้ยินมั้ย”
“เฮ้อ...เอาล่ะ ไอ้ก้านมึงพาเจ้าหลงไปนอนห้องเล็กไป” ร่างสูงทรุดนั่งลงบนฟูกหนาจากนั้นยกมือขึ้นมาบีบนวดขมับพร้อมถอนลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
"ห้องเล็กก็ไม่ได้ ไอ้ก้านลากมันลงไปไว้ในกรงหมา"
"จีน มีเหตุผลแล้วใจเย็นลงหน่อย ไอ้ก้านรีบพาออกไป"
“คุณทำแบบนี้กับผมได้ยังไงกัน ไหนคุณสัญญากับผมว่าจะไม่ยุ่งกับมันอีก ถ้าผมไม่สังหรณ์ใจแล้ววนรถกลับมาดู...”
“ผมแค่ให้เขาขึ้นมาทำความสะอาดห้อง คุณก็รู้ว่าเมื่อวานนี้มันเกิดอะไรขึ้น จีนผมรักคุณนะและไม่เคยคิดจะนอกใจคุณแม้แต่ครั้งเดียว” มืออุ่นดึงแฟนหนุ่มมานั่งลงบนตักสวมกอดท่อนแขนนั้นรัดไว้รอบร่างอุ่น จุมพิตทั้งพวงแก้ม กลีบปาก หน้าผากนุ่ม หวังอยากให้อีกคนคลายกังวล
“ผมอยากเชื่อใจคุณ แล้วผมก็เชื่อใจคุณมาตลอด จนกระทั่งเห็นไอ้เด็กหลงนั่น ทุกครั้งที่เห็นหน้ามัน ผมรู้สึกว่า....ผมกำลังจะเสียคุณไป”
“จีนครับ อย่าคิดมากนะ”
“ถ้าคุณไม่อยากให้ผมคิดมาก ถ้าอย่างนั้น คุณพิสูจน์ให้ผมเห็นได้หรือเปล่า ว่าคุณไม่แคร์มัน...ไม่ได้รู้สึก ไม่ได้ห่วงใยไอ้คนไร้ความจำคนนั้น”
“คุณต้องการอะไรบอกผมมาสิ ถ้ามันจะทำให้คุณสบายใจได้...ผมยินดีทำ”
“คุณบอกว่ามันความจำเสื่อม ถ้าอย่างนั้นผมจะพามันเข้าเมือง ไปส่งให้ตำรวจ หาบ้าน หาญาติ หาครอบครัวของมัน คุณจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมันอีก ผมจะจัดการเรื่องทุกอย่างเอง และผมสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายทุบตีมัน..ว่ายังไงครับ คุณให้ผมได้หรือเปล่า”
“ไม่ได้”
"ทำไม"
"เรื่องเจ้าหลง...ผมจะเป็นคนจัดการเอง"
“เฮอะ ทำไมครับ ผมไม่เข้าใจ ในเมื่อคุณบอกว่ามันไม่มีความสำคัญ คุณไม่ได้ห่วงใย แต่ทำไมถึงไม่ยอมให้มันไป แล้วอย่างนี้คุณจะให้ผมเชื่อใจคุณได้ยังไง" สายตาผิดหวังเจ็บปวดไม่เข้าใจของคนรักทำให้เขาอึดอัด
“จีน ขอเวลาผมหน่อย ผมกำลังหาทางติดต่อญาติ คนรู้จักของเขาให้มารับตัวกลับไป แต่ระหว่างนี้ผมคงปล่อยให้เขาออกไปข้างนอกไม่ได้ อย่างที่ผมบอกคุณไปแล้ว วันที่ผมเจอเขา...เขาถูกทำร้ายจนอาจเรียกว่าเกือบตาย ผมไม่รู้ว่าข้างนอกนั้นมีใครต้องการฆ่าเขาหรือเปล่า คุณช่วยใจเย็น...รอผมหน่อย ผมจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”
“เมื่อไหร่ครับ กว่าญาติของเขาจะมารับ”
“ผมกำลังพยายามติดต่อพวกเขาอยู่ เท่าที่ผมรู้เขาไม่ได้มีญาติหรือว่าพี่น้อง คนรู้จักที่เมืองไทย ผมรู้แค่ว่าเขาโตมาและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ ผมไม่ได้ติดต่อ...ไม่รู้เรื่องราวของเขานานหลายปีแล้ว บางทีอาจต้องใช้เวลาสักสามสี่วัน จีน...ผมบอกคุณเท่าที่จะบอกได้ หวังว่ามันจะช่วยคุณสบายใจขึ้น”
“ไม่มีญาติ ไม่มีพี่น้องที่เมืองไทย โลกมันจะไม่กลมไปหน่อยหรอกหรือครับ ที่เขาบังเอิญมาความจำเสื่อมอยู่หน้าบ้านคุณ คุณเปลว...ผมไม่มีวันสบายใจ ถ้าผู้ชายคนนี้ยังอยู่ในบ้านหลังนี้ ไม่รู้สิ...ทุกครั้งที่ผมมองหน้าเขา ผมรู้สึกไม่ปลอดภัย รู้สึกกลัว...กลัวว่าเขาจะแย่งคุณไปจากผม” แขนเรียวโอบกอดร่างชายคนรักก่อนจะพิงพักใบหน้าซบลงบนบ่าหนา ฝ่ามืออุ่นประคองกองลูบปลอบผ่านแผ่นหลังอย่างนุ่มนวลและเข้าใจ
“ไม่เอานะครับ คุณไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้นนะ...ไม่มีใครแย่งผมไปจากคุณได้หรอก”
หลังจากปลอบโยนพูดให้คนรักรู้สึกสบายใจ จนยอมขับรถกลับบ้านได้ในที่สุด เจ้าของบ้านหน้าดุเดินกลับขึ้นมาบนชั้นสองสวนทางกับลูกน้องคนสนิทกำลังเดินออกมาจากห้องนอนเล็ก ซึ่งเขาเปลี่ยนไปใช้ห้องนั้นหลับนอนกับแฟนหนุ่ม หากแต่เวลานี้คงมีเจ้าหมาหลงทางเข้าไปใช้รักษาร่างกายที่ถูกทำร้ายอย่างหนัก
“เจ้าหลง เป็นยังไงบ้าง” สะโพกหน้าเอนวางหย่อนลงบนราวระเบียง สายตามองไปยังประตูไม้สีน้ำตาลแก่
“เจ็บหนักอยู่เหมือนกันครับ ไหล่ช้ำ บวมด้วย คุณเปลว...จะเข้าไปดูคุณกา...เอ่อ เจ้าหลงสักหน่อยมั้ยครับ”
“ไม่...ฝากนายดูเรื่องอาหาร จัดการให้กินยาซะให้เรียบร้อย”
เสียงจิ้งหรีดและแมลงกลางคืนส่งเสียงร้องจนระงมลั่นทั่วบริเวณ ยากเหลือเกินจะบอกได้ว่ามันดังมาจากทางไหนบ้าง ร่างสูงขยับเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนซึ่งมองเห็นเป็นเพียงเงาลางๆ ในความสลัว เสียงครางฮือๆ คล้ายคนร้องไห้กับกองผ้าห่มขยับไหวพลิกไปพลิกมา
“เจ้าหลง...” เงาสูงหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มอย่างช้าๆ โคมไฟหัวเตียงถูกกดสวิตช์เปิดแสงสว่างให้ติดขึ้น
“ฮือ”
“อย่าสำออย ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นอะไร”
“ใครบอกว่าผมไม่ได้เป็นอะไร” เปลือกตาบางขยับเปิดขึ้น จากนั้นศีรษะเล็กเลื่อนมาวางลงบนตักแข็ง
“นี่เธอทำอะไร ลงไปเดี๋ยวนี้”
“เจ็บ หนาว...ปวดไปหมดทั้งตัวเลย” แขนเล็กยกขึ้นมารวบกอดเอวหนาไว้อย่างหลวมๆ เปลือกตาสีชมพูหลับพริ้มอวดขนตายาวหนาเป็นแพ
“เจ้าหมาหลง ลงไป”
“โอ๊ย...เจ็บ” หัวไหล่สั่นกระตุก พร้อมกับเอี้ยวหลบมือหยาบ
“อย่ามาทำมารยา ฉันไม่เชื่ออุบายชั่วน่ารังเกียจของเธอหรอก ลุกขึ้นไปนอนดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันจะลากเธอลงไปนอนในกรงหมาอย่างเดิม” มือใหญ่จับไหล่บางเหวี่ยงออกไปจากตัก หากแต่ใบหน้าแดงก่ำกับอาการสั่นจนไหล่สะท้าน ทำให้คนที่กำลังจะเดินทิ้งไปต้องหันหลังกลับมามอง
"โอ๊ย"
“เจ้าหลง” ไหล่เสื้อตัวหลวมถูกถลกร่นลงมาเผยให้เห็นรอยปูดเหมือนมีกระดูกบางชิ้นกำลังจะทิ่มทะลุผิวเนื้อ
“นี่เธอ...”
“เจ็บจังเลย” เสียงพร่าสั่นเครือจนใจเขาอ่อน ท่อนแขนช้อนประคองขยับร่างนั้นให้ลุกกลับขึ้นมานั่ง เสื้อตัวใหญ่ถูกปลดถอดออกไปวางไว้ข้างเตียง ท่อนอกเปลือยอวดให้เห็นผิวขาวราวไข่มุก หากแต่มันกระดำกระด่างพราวพร่างไปด้วยรอยแผลฟกช้ำดำม่วงนับสิบ บางรอยเขาจำได้ว่ามันมีมาตั้งแต่วันที่เขาช่วยหมาหลงมาจากข้างถนน แต่บางรอยนั้นมันเกิดมาจากน้ำมือแฟนหนุ่มขี้หึงของเขาเอง
“นี่ถึงกับไหล่หลุดเชียวหรือ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันพยายามนึกย้อนกลับไปช่วงเหตุการณ์ชุลมุนนั้น เพื่อต้องการตรองความจำว่าแฟนหนุ่มทำอะไรรุนแรงจนคู่กรณีบาดเจ็บถึงขั้นนี้
“เจ็บ”
“มานี่” เจ้าของบ้านขยับเข้าไปใกล้ ใช้มืออุ่นประคองรองด้านหลังสะบักปูด อีกข้างจับต้นแขนบางขยับไปมาช้าๆ
กรึบ!
“อ๊ากกกก” ร่างสั่นผวาเข้ามาซุกอยู่ภายในอ้อมกอด อกเรียบกระเพื่อมขึ้นลงไปตามแรงสะอื้น มือร้อนกับหน้าผากอุ่นจัดสะบัดบดซบลงบนบ่าแข็ง
“ตัวเธอร้อนจี๋เลย มีไข้ด้วยหรือเนี่ย”
“คุณเกลียดผมนักหรือ ทำไมใจร้ายกับผมจัง” เสียงแหบเพ้อถาม
“ตอนแรกฉันคิดว่าแท่นไม้อันนั้นมันน่าจะฟาดโดนหัวเธอ ถ้าเป็นแบบนั้นเธอจะได้ตายให้มันจบๆ ไปอย่างมาก ฉันคงแกล้งอำพรางศพเธอฝังทิ้งไว้ในป่าหรือลากโยนลงหน้าผาให้กลายเป็นผีป่า ผีตายโหงไร้ญาติ แต่น่าเสียดายที่มันพลาดไปโดนหัวไหล่ ฉันเลยต้อง...”
“ต้องวนเวียนอยู่กับหมาหลงทาง ความจำว่างเปล่าอย่างผมต่อไปใช่มั้ย” อกบางเบียดเข้าหาไออุ่น ท่อนขาเล็กขดงอ ถูกดึงขึ้นไปเบียดอยู่ภายในตักกว้างซึ่งเวลานี้ถูกถ่างหน้าขาให้มีพื้นที่สำหรับร่างร้อนของคนมีไข้
“เจ้าหลง เธอทำอะไร”
“ผมหนาว...ขอยืมตัวคุณ ช่วยกอดให้ผมอุ่นหน่อยได้มั้ย”
“นี่เธอ” เสียงลมหายใจขัดกับไอร้อนพุ่งมาจากร่างเล็ก ทำให้ความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชังที่ฝังอยู่เต็มหัวใจขยับหลบเปิดทางให้กับมโนธรรม ที่เขาไม่ได้ตั้งใจอยากใช้มันกับผู้ชายคนนี้
“โกรธ เกลียดผมมากขนาดนั้นเชียว” เสียงแหบเอ่ยถาม
“ถามทำไม”
“อย่างน้อย ผมก็อยากรู้ว่าเมื่อก่อนนี้ผมเป็นใคร มาจากไหน แล้วผมทำอะไรผิดต่อคุณ คุณถึงได้เกลียดผมนัก”
“ความผิดของเธอ...มันมากมายเหมือนใบไม้ในป่า ความเกลียดชังที่ฉันมีต่อเธอ หนักแน่นเหมือนภูเขา”
“ถ้าอย่างนั้น...ช่วยผมทำไม”
“ฉันแค่ไม่อยากให้เธอตายด้วยน้ำมือคนอื่น”
"ผมรู้ว่าคุณมีปืนเก็บเอาไว้ในบ้าน เอาสิ...นัดเดียวเท่านั้น ความเกลียดชังระหว่างเรามันจะกลายเป็นศูนย์"
"ฉันไม่ให้เธอตายสบายขนาดนั้นหรอก"
ผ่านไปเพียงไม่เกินห้านาทีคนที่ถูกสะบัดต่อข้อกระดูกหัวไหล่จนเข้าที่แล้วทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดที่มีซบลงไปอย่างเต็มที่ ท่อนแขนใหญ่ประคองไหล่และศีรษะวางคืนกลับลงไปบนหมอนนุ่ม ดึงผ้าห่มอุ่นมาคลุมให้จนถึงคอ จากนั้นเดินจากไปพร้อมกับไฟห้องถูกปิดคืนความมืดมิดให้ห้องนอน เปลือกตาสองข้างขยับเปิดขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มบางปรากฏตรงมุมปากทันทีเมื่อบานประตูนั้นปิดสนิทลง
“หึ...เจ้ากวางน้อยในร่างหมาป่า อันที่จริงคุณก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่ ผมชักอยากรู้เรื่องราวระหว่างเราซะแล้วสิ...”
